Friends With Benefits

posted on 16 Oct 2011 15:43 by pf3nz  in Life
การไปดูหนังคนเดียวเป็นวิีธีที่ช่วยให้เราปลอมตัวเป็นคนเหงาได้แนบเนียนยิ่งขึ้น (พว ; 2554)
 
เมื่อวานนี้ด้วยความว่างจัด (มั้ย) จริง ๆ จะเรียกว่าเปลี่ยวจัดก็คงจะใช่ เลยเดินทางไปดูหนังคนเดียวมา
ในความเป็นจริงแ้ล้ว หนังที่เข้าช่วงนี้ไม่ค่อยจะถูกจริต พว แต่อย่างใดนัก
ถ้าเป็นคนที่รู้จักมักจี่กันก็คงจะรู้ว่าหนังที่ พว ชอบมักจะเป็นแนว sad story มากกว่า
ไอ้ประเภทที่เจ้าชายเจ้าหญิงเจอกันพบรักครองสุขตลอดชาติน่ะ .. ไปไกล ๆ
 
แต่เนื่องจากช่วงนี้เกิดอุบัติเหตุทางอารมณ์เยอะไปนิดนึง 
ตั๋วหนังที่ซื้อเมื่อวานจึงประทับตรา Friends With Benefits ไปเต็ม ๆ 
 
เปิดดูรอบหนังตอน 14.20 เห็นว่าหนังฉายเวลา 14.35 เลยออกจากบ้านเพื่อไปซื้อตั๋ว ณ บัดนั้น
ใจง่ายจริง ๆ ...
 
ไปถึงโรงหนัง ก็ต่อคิว แล้วก็ซื้อตั๋ว ใบเดียว ใบเดียว ใบเดียว ...
 
เปลี่ยวมวากกกกกกกก ~
 
ที่นั่งข้าง ๆ ก็มาเป็นคู่ .. ซึ่งก็แน่น๊อนนนนนนนน หนังแบบนี้ใครมาดูคนเดียวก็เปลี่ยวจิต (เออ !!)
ไม่เป็นไร .. พว มั่นอยู่แร้นนน !!
(เชี่ยม !! โดนหนังทำร้าย แล้วยังโดนคู่ข้าง ๆ ทำร้ายอีก ฉึก ๆ)
 
หนังเปิดตัวด้วยซัมติงที่ทำให้คนดูอย่างเราเข้าใจผิด ..
ชวนให้คิดว่า ผู้ชายเป็นอย่างนี้ทั้งโลกเลยมั้ยนะ ?
ไอ้การที่นัดแล้วไปสายอย่างเนียน ๆ เนี่ย
รวมถึงการไม่ชอบอะไรไม่ยอมบอกนั่นก็อีกเรื่องนึงด้วย
 
(ส่วนคุณผู้ชายก็คงจะคิดในใจเหมือนกันว่า ผู้หญิงก็คงจะขี้วีน แล้วก็เยอะทุกสถานการณ์แบบอีสองตัว ณ ต้นเรื่อง)
 
อื้ม แต่แฟนจัสตินสวยอ่ะ ชอบบบ ~
 
-------------
 
หนังดำเนินเรื่องไปแบบเรื่อยเปื่อย พูดถึงหนุ่มบ้านนอกเข้ากรุงและหญิงสาวที่ล่อลวงหนุ่มบ้านนอกคนนั้นให้ย้ายรกรากถิ่นฐานจากบ้านนอกเข้ามาอยู่ในเมืองกรุง (จริง ๆ LA นี่ก็ไม่ได้บ้านนอกซักเท่าไหร่หรอกนะ)
คนเราขอแค่มีอย่างสองอย่างที่คลิกกัน มันก็จูนกันง่าย
 
ความสัมพันธ์มันเรื่อยเปื่อยไปจนถึงวันที่ใครคนนึงถามขึ้นมาว่า .. ตีเทนนิสกันมั้ย
อื้ม ต่อไปคำนี้อาจจะมาแรงกว่าคำว่า ซั่ม ก็ได้ !!
 
เรื่องราวก็เป็นเรื่องปัญหาโลกแตก ที่กอล์ฟไมค์ร้องไว้ในเพลง "ผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับผู้หญิง"
จริง ๆ อาจจะกลายเป็นว่า "ผู้ชายไม่เป็นเพื่อนกับผู้หญิง .. ที่มีอะไรกันแล้ว" น่าจะถูกกว่า
(เพราะจริง ๆ ตอนนี้ พว ก็มีเพื่อน ผช เต็มไปหมด ..)
 
ความสัมพันธ์ทางกายมันทำให้ความสัมพันธ์ทางใจเป็นไปได้อย่างยากลำบากมากขึ้น
 
มันลำบากจริง ๆ
 
หนึ่งคือความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ใช่แค่ one night stand ที่ต่างคนต่างจบกันไปเมื่อพระอาทิตย์ส่องแสง
แต่ทั้งคู่กลับทำเรื่องราวให้มันมากมากด้วยการกลับมาเล่าเรื่องราวในชีวิตให้อีกฝ่ายฟังทุกวัน
มีอาหารเที่ยง อาหารเย็น เดินเล่นในสวน ซึ่งเป็นกิจวัตรที่มัน "สร้างความผูกพัน"
 
ประเด็นที่ว่าเพื่อนกันมันส์ดีแล้วจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมั้ย
มันก็อาจไม่เปลี่ยนก็ได้นะ ถ้าทั้งคู่เป็นแค่เซ็กซ์เฟรนด์กันจริง ๆ ไม่มีอะไรกระหนุงกระหนิงอย่างในหนัง
 
หนังเรื่องนี้แอบมีกลิ่นอายละครไทยเบา ๆ 
ด้วยการให้นางเอกแอบได้ยินสิ่งที่พระเอกพูดกับพี่สาว (เป๊ะ มวากกกกก)
หลังจากนั้นชีก็งอน ตุปัดตุป่องกลับบ้าน .. โอ๊ยย หนังไทยชัด ๆ
 
แต่ชอบฉากจบนะ
จริง ๆ พอเดาได้ตั้งแต่พระเอกโทรหาคนนั้นคนนี้แล้วแหละว่าเค้าวางแผนจะทำอะไร
แต่ก็ดูพอให้ซึ้งไปงั้นเอง .. หึหึ
 
สิ่งที่ชอบที่สุดคือตอนจบก็ใช้เพลงของ Jason Mars นั่นแหละปิดเรื่อง 555
 
สรุปว่า
- มันคงจะดีถ้าแฟนกันเป็น sexmate ที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ชอบอย่างนั้น ชอบอย่างนี้ ไม่ต้องมามัวแอ๊บกันว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แกล้งเสร็จแกล้งถึงกันไปวัน ๆ (อุ๊บบบบ)
- อย่าปากแข็งเลย ถ้าเจอคนที่ใช่ เพราะไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่สิบปี เค้าที่ "เคยใช่" ก็ยังจะ "ใช่" สำหรับเราอยู่อย่างนั้น และไม่ว่าจะมีใครซักกี่คนผ่านเข้ามา เค้าก็ยังจะเป็น "คนที่ใช่" สำหรับเราอยู่ดี
- ครอบครัวสำคัญที่สุด .. ฉากที่พระเอกถอดกางเกงนั่งกินสเต็กกับพ่อ พว ดูแล้วแทบน้ำตาซึม
- หนังเรื่องนี้น่ารักมาก ดูแล้วถึงกับแอบน้ำตาซึมด้วยความคิดเดิม ๆ ที่ว่า "เมื่อไหร่กูจะมีแบบนี้บ้างวะ !!!"
 
สรุปสุดท้ายจริง ๆ ว่า ..
เกลียดหนังรักว่ะ !!!!! 
ฮึ้ยยยย ~
 
ปล ใครที่กังวลว่าหนังเรื่องนี้จะขายความเป็นอีโรติกมากไป .. พว ไม่คิดอย่างนั้นนะ มันเป็นหนังโรแมนติกที่เล่าเรื่องด้วยความสัมพันธ์ของคนสองคนเฉย ๆ 
ซึ่งมันก็อาจจะเหมือนการดำเนินเรื่องที่คนสองคนเจอกันในร้านกาแฟ สนทนาเรื่องนั้นนู้นนี้กัน เปลี่ยนแปลงตรงที่ว่า กิจกรรมที่พวกเค้าใช้ทำเพื่อกระชับความสัทพันธ์มันเป้นเรื่องเซ็กซ์แค่นั้นเอง
ไม่ได้โป๊จนเกินควร ไม่ได้อุบาทว์จนเกินงาม 
แต่อาจจะไม่เหมาะกับเด็ก ๆ 18- และผู้ใหญ่ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทางความคิดทั้งหลายก็ได้นะฮ๊าว์ฟฟฟฟ :)